| บุคคลสำคัญด้านสายตา
ประวัติศาสตร์ · การวัดสายตา · เนเธอร์แลนด์ ศตวรรษที่ 19

Hermann Snellen จากลูกศิษย์ของ Donders สู่ผู้กำหนดนิยาม "สายตาปกติ"

ชายหนุ่มจาก Zeist ผู้เรียนอยู่ใต้ร่มเงาของอาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการสายตา แล้วสร้างเครื่องมือวัดที่ยังใช้อยู่ทั่วโลกมากว่า 160 ปี — เรื่องราวของหุ้นส่วนทางวิทยาศาสตร์ที่เปลี่ยนโลกออพโตเมตรี

S
Suraphun Parsuraphun
Optician Lens Specialist
P
Ploychompoo Parsuraphun
Optometrist
อ่าน ~8 นาที
Hermann Snellen portrait

ตัวอักษร E ขนาดใหญ่บรรทัดบนสุด — แผ่นวัดสายตาที่คนทั้งโลกเคยเห็น แต่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนออกแบบ

1862 ปีที่ Snellen ออกแบบแผ่นวัดสายตา
160+ ปีที่แผ่นนี้ยังเป็นมาตรฐานโลก
20/20 สูตรวัดสายตาปกติตามระบบ Snellen
ก่อน
1862

ยุคที่ไม่มีมาตรฐานวัดสายตา

หมอแต่ละคนใช้วิธีของตัวเอง · ไม่มีแผ่นเทียบ · ค่าเปรียบเทียบไม่ได้

ก่อนปี 1862 การตรวจสายตาแทบไม่ต่างอะไรจากการเดา หมอแต่ละคนมีวิธีของตัวเอง ไม่มีตัวกลาง และค่าที่วัดได้ก็เอามาเทียบกันไม่ได้ระหว่างหมอสองคน

การตรวจตาด้วย Slit Lamp
การตรวจสายตาสมัยใหม่ — พัฒนาต่อยอดจากแนวคิดของ Snellen — Wikimedia Commons / Public Domain

ลองนึกภาพดู คุณเข้าไปหาหมอตา หมอถามว่า "อ่านตัวหนังสือบนกำแพงนั่นได้ไหม" — แต่ตัวหนังสือนั้นหมอเขียนเอง ขนาดไม่แน่นอน ระยะทางก็ไม่ได้วัด หมอ A อาจบอกว่าสายตาคุณปกติ ขณะที่หมอ B บอกว่าสั้น ทั้งที่เป็นตาเดียวกัน

บางหมอให้อ่านหนังสือพิมพ์ บางคนชี้ป้ายร้านค้าข้างนอกหน้าต่างแล้วถามว่าเห็นไหม บางคนเอาลูกเต๋ามาวาง ถ้าอ่านตัวเลขบนลูกเต๋าได้ก็ถือว่าโอเคแล้ว ไม่มีหน่วยวัด ไม่มีค่ากลาง ไม่มีทางเปรียบเทียบข้ามหมอข้ามเมืองได้เลย

ปัญหาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคือ "ติดตามไม่ได้" ถ้าคุณไปหาหมอปีนี้แล้วกลับมาอีกปี ไม่มีทางรู้เลยว่าสายตาดีขึ้นหรือแย่ลง เพราะวิธีวัดไม่เหมือนกัน มันเหมือนชั่งน้ำหนักด้วยตาชั่งคนละเครื่อง โดยที่ไม่มีหน่วย "กิโลกรัม" เป็นจุดอ้างอิงร่วมกัน

👁️
ตารางวัดสายตา Snellen Chart ต้นฉบับ
Snellen Chart — ตารางวัดสายตามาตรฐานที่ใช้มากว่า 160 ปี — Wikimedia Commons / Public Domain
1834 – 1862

Hermann Snellen — จากเมือง Zeist สู่ห้องแล็บของ Donders แห่ง Utrecht

Zeist / Utrecht, Netherlands · จักษุแพทย์ · ลูกศิษย์ Donders · ผู้สร้างมาตรฐานการวัดสายตาโลก
👁️
Hermann Snellen
1834 – 1908 · Ophthalmologist, Utrecht University
จักษุแพทย์ชาวดัตช์ ศาสตราจารย์ที่ Utrecht University ผู้ออกแบบ Snellen Chart แผ่นวัดสายตาที่เป็นมาตรฐานโลกมากว่า 160 ปี และเป็นผู้ให้คำนิยาม "สายตาปกติ" ด้วยสูตร 20/20
ภาพถ่าย Hermann Snellen จักษุแพทย์ชาวดัตช์
Hermann Snellen (1834–1908) — จักษุแพทย์ชาวดัตช์ผู้สร้างมาตรฐานการวัดสายตา — Wikimedia Commons / Public Domain

เด็กชายจาก Zeist — เมืองเล็กๆ ที่อยู่ห่างจาก Utrecht แค่ก้าวเดียว

Hermann Snellen เกิดเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 1834 ที่เมือง Zeist เมืองเล็กๆ ทางตะวันออกของ Utrecht ทางใต้ของเนเธอร์แลนด์ ในยุคนั้น Zeist เป็นเพียงชุมชนงามๆ ของชนชั้นกลางที่ล้อมรอบด้วยป่าสน ห่างจากตัวเมือง Utrecht เพียงไม่กี่กิโลเมตร แต่ระยะทางนั้นกลับมีความหมายยิ่งใหญ่ เพราะ Utrecht ในช่วงทศวรรษ 1840–1860 ไม่ใช่แค่เมืองมหาวิทยาลัย มันคือศูนย์กลางของวิทยาศาสตร์การแพทย์ยุคใหม่ของยุโรป

ตระกูล Snellen เป็นครอบครัวที่มีการศึกษา Hermann หนุ่มน้อยเดินทางเข้า Utrecht เพื่อเรียนแพทย์ที่ Utrecht University — สถาบันที่เก่าแก่กว่า 200 ปี และในขณะนั้นกำลังเปล่งแสงรุ่งโรจน์ที่สุดในประวัติศาสตร์ด้านสรีรวิทยาและจักษุวิทยา

ช่วงที่ Snellen เริ่มเรียนนั้น เนเธอร์แลนด์กำลังเฟื่องฟูหลังการปฏิรูปครั้งใหญ่หลัง Napoleon วิทยาศาสตร์ถูกมองว่าคือความก้าวหน้าของชาติ นักวิทยาศาสตร์คือฮีโร่ยุคใหม่ และอากาศที่ Utrecht เต็มไปด้วยความตื่นเต้นของการค้นพบ

Zeist เป็นเมืองที่มีประวัติเกี่ยวพันกับชุมชน Moravian Brotherhood — กลุ่มโปรเตสแตนต์ที่เน้นการศึกษาและงานฝีมือ บรรยากาศแห่งวินัยทางปัญญานั้นอาจมีส่วนหล่อหลอมความพิถีพิถันของ Snellen ในการออกแบบทุกรายละเอียดของ Optotype ให้แม่นยำเหมือนงานช่าง

ใต้ร่มเงาของ Donders — เมื่อลูกศิษย์พบอาจารย์ที่เปลี่ยนโลก

สิ่งที่เปลี่ยนชีวิตของ Snellen คือการได้เข้าไปทำงานเป็นผู้ช่วยของ Frans Cornelis Donders ศาสตราจารย์ด้านสรีรวิทยาที่ Utrecht ซึ่งในช่วง 1850s กำลังพัฒนาระบบจำแนกปัญหาสายตาอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ Donders คือคนที่มองว่าสายตาสั้น ยาว เอียง ไม่ใช่ "โชคร้าย" แต่เป็น "ข้อผิดพลาดของระบบออพติกส์" ที่อธิบายและแก้ไขได้

ในฐานะลูกศิษย์ Snellen นั่งฟังและสังเกตอาจารย์ทุกวัน เขาเห็นว่า Donders กำลังสร้าง "ภาษา" สำหรับจำแนกประเภทปัญหาสายตา แต่ยังขาดอีกสิ่งหนึ่ง — ขาด "ไม้บรรทัด" ที่จะวัดว่าปัญหานั้นหนักแค่ไหน Donders บอกได้ว่าผู้ป่วยมีสายตาสั้น แต่สั้นแค่ไหน? มากกว่าปีที่แล้วไหม? ดีขึ้นหลังใส่แว่นแล้วไหม? ไม่มีใครตอบได้ เพราะไม่มีเครื่องมือวัด

ความสัมพันธ์ระหว่าง Donders และ Snellen คือตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของการทำงานทางวิทยาศาสตร์ร่วมกัน อาจารย์สร้างระบบจำแนก ลูกศิษย์สร้างเครื่องมือวัด อาจารย์ถามว่า "มันเป็นอะไร?" ลูกศิษย์ตอบว่า "แล้วมันแย่แค่ไหน?" ทั้งสองคำถามต้องการกัน ขาดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไป วิชาออพโตเมตรีสมัยใหม่ก็ยังไม่สมบูรณ์

Donders เองก็เขียนถึง Snellen ในงานของเขาด้วยความชื่นชม เขาเรียก Snellen ว่า "เพื่อนร่วมงานที่ Utrecht" ไม่ใช่แค่ลูกศิษย์ — นั่นแสดงว่าในสายตาของ Donders Snellen ไม่ใช่แค่ผู้ช่วย แต่คือหุ้นส่วนทางปัญญา

แสงสว่างแห่ง Utrecht ปี 1862 — เมื่อความคิดเรื่องมาตรฐานจุดประกาย

ในปี 1862 Snellen อายุเพียง 28 ปี แต่เขามีคำถามที่ชัดเจน: "จะออกแบบการทดสอบแบบไหน ที่ให้ผลเหมือนกันไม่ว่าหมอคนไหนจะใช้ ที่ไหนในโลกก็ตาม?" ความท้าทายนั้นยิ่งใหญ่กว่าที่คิด เพราะนี่คือการสร้าง "หน่วยวัด" ใหม่ขึ้นมา เหมือนกับการประดิษฐ์ "กิโลกรัม" หรือ "เมตร" สำหรับโลกของสายตา

ข้อมูลเชิงลึกที่ทำให้ Snellen แตกต่างจากคนก่อนหน้าคือเขาไม่ได้ใช้ตัวอักษรในหนังสือพิมพ์ที่มีอยู่แล้ว — เขาออกแบบตัวอักษรใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น บนตาราง 5×5 โดยกำหนดให้รายละเอียดที่เล็กที่สุดของตัวอักษร (เช่น ความหนาของเส้น หรือช่องว่างเล็กๆ ในตัว C) มีขนาดเท่ากับ 1/5 ของความสูงทั้งหมดของตัวอักษร แล้วกำหนดระยะทดสอบมาตรฐานที่ 6 เมตร (20 ฟุต)

ผลลัพธ์คือแผ่น Snellen Chart ฉบับแรก ปี 1862 — เครื่องมือที่เรียบง่ายในรูปลักษณ์ แต่ซับซ้อนในหลักคิด ทุกตัวอักษรออกแบบมาเพื่อให้คนไม่รู้หนังสือก็ใช้ได้ (มีตัวแปรเป็นรูปทรงเรขาคณิต) ทุกบรรทัดมีความท้าทายที่คำนวณมาแล้ว และตัวเลข 20/20 คือการนิยาม "สายตาปกติ" ครั้งแรกในประวัติศาสตร์โดยใช้คณิตศาสตร์ ไม่ใช่ความรู้สึก

Snellen สอนอยู่ที่ Utrecht University และเห็นปัญหานี้ทุกวัน หมอตาแต่ละคนวัดสายตาด้วยวิธีต่างกัน ค่าที่ได้จึงเทียบกันไม่ได้เลย เขาตัดสินใจว่าต้องสร้างระบบกลางขึ้นมาสักระบบ ที่ใครๆ ก็ใช้ได้ผลเหมือนกัน

แผนภาพกายวิภาคของดวงตามนุษย์
กายวิภาคของดวงตา — แสงผ่านกระจกตาโฟกัสที่จอประสาทตา — Wikimedia Commons / CC BY-SA

แนวคิดของเขาดูเรียบง่าย แต่อยู่บนหลักคณิตศาสตร์ที่เข้มงวดมาก เขาออกแบบตัวอักษรพิเศษที่เรียกว่า Optotype — วาดบนตาราง 5×5 ทุกเส้นหนาเท่ากัน ช่องว่างเท่ากัน ทำให้ตัวอักษรแต่ละตัวมีความยากในการมองเห็นที่ใกล้เคียงกันมาก

เขาจัดเรียงตัวอักษรเป็นแถวตามขนาด บรรทัดบนสุดตัวใหญ่สุด ล่างสุดเล็กสุด แล้วกำหนดระยะทดสอบที่ 20 ฟุต (6 เมตร) ถ้าคุณอ่านบรรทัดที่คนสายตาปกติอ่านได้ที่ระยะ 20 ฟุตเช่นกัน — คุณก็มีสายตา 20/20

📐 สูตร Snellen 20/20 หมายยยความว่าอะไร?

ตัวเลขบนคือระยะที่คุณยืนดู (20 ฟุต) ตัวเลขล่างคือระยะที่คนสายตาปกติอ่านได้ ถ้าได้ 20/40 หมายความว่าสิ่งที่คนปกติเห็นได้ที่ 40 ฟุต คุณต้องเข้ามาใกล้ถึง 20 ฟุตถึงจะเห็น — แปลว่าสายตาแย่กว่าปกติ 2 เท่า

ความอัจฉริยะของระบบนี้คือมันเปลี่ยนการวัดสายตาจาก "ความเห็นส่วนตัวของหมอแต่ละคน" ให้กลายเป็น "ตัวเลขที่ทุกคนเข้าใจตรงกัน" หมอที่ไหนก็วัดได้ ผลออกมาตัวเลขเดียวกัน เปรียบเทียบได้ ติดตามได้ข้ามปีข้ามประเทศ

"
Snellen ไม่ได้แค่สร้างแผ่นวัดสายตา เขาสร้าง "ภาษากลาง" ให้วงการสายตาทั่วโลก ก่อนหน้าเขา หมอตาแต่ละคนพูดคนละภาษา หลังจากเขา ทุกคนเข้าใจตรงกัน
📊
1862
→ ปัจจุบัน

จาก Snellen Chart สู่การวัดสายตาดิจิทัล

LogMAR · Autorefractor · เทคโนโลยีที่พัฒนาต่อจาก Snellen

แผ่น Snellen Chart ยังใช้อยู่ทุกวันนี้ แต่วงการสายตาก็ไม่ได้หยุดอยู่กับที่ มีเครื่องมือใหม่เกิดขึ้นมาเสริม บางอย่างก็แก้จุดอ่อนของ Snellen ได้ดีทีเดียว

ข้อจำกัดหนึ่งของ Snellen Chart คือบรรทัดล่างมีตัวอักษรมากกว่าบรรทัดบน ความยากจึงไม่สม่ำเสมอตลอดทั้งแผ่น นักวิจัยแก้ปัญหานี้ด้วยการพัฒนา LogMAR Chart — แต่ละบรรทัดมี 5 ตัวอักษรเท่ากัน ขนาดลดลงเป็นสัดส่วนคงที่ ให้ผลแม่นยำมากกว่า โดยเฉพาะในงานวิจัยทางคลินิก

ตาราง ETDRS LogMAR วัดสายตาแบบสมัยใหม่
ETDRS / LogMAR Chart — การพัฒนาจาก Snellen สู่มาตรฐานการวิจัยสมัยใหม่ — Wikimedia Commons / Public Domain

ส่วน Phoropter เครื่องมือที่คุณเห็นหมอให้สวมบนหน้าระหว่างตรวจสายตา ก็สืบทอดหลักการของ Snellen โดยตรง มันแค่เปลี่ยนเลนส์ให้หลากหลายและสะดวกขึ้น แต่คุณก็ยังต้องมองแผ่นวัดตัวอักษรอยู่ดี

Nidek RT-6100 Phoropter เครื่องมือวัดสายตาสมัยใหม่
Phoropter — เครื่องมือวัดสายตาที่ใช้ Snellen Chart เป็นฐาน

ปัจจุบันเรามี Autorefractor เครื่องวัดค่าสายตาอัตโนมัติที่ให้ค่าคร่าวๆ ได้ในไม่กี่วินาที แต่ถึงจะมีเทคโนโลยีล้ำแค่ไหน ขั้นตอนสุดท้ายของการตรวจสายตาก็ยังต้องให้คุณ "อ่านตัวอักษร" บนแผ่นวัด — หลักการเดียวกับที่ Snellen ตั้งใจเอาไว้เมื่อ 160 กว่าปีก่อน

ทำไมแผ่น Snellen ยังอยู่มาถึงทุกวันนี้?

เรียบง่ายสุดๆ: ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ แขวนบนกำแพงก็ใช้งานได้ทันที

คนไข้เข้าใจง่าย: แค่อ่านตัวอักษร ไม่ต้องอธิบายซับซ้อน เด็กก็ใช้ได้

เปรียบเทียบได้ทั่วโลก: หมอที่ Tokyo พูดถึง 20/20 กับหมอที่ Bangkok ก็เข้าใจตรงกันทันที

🏥

คำถามที่พบบ่อย

20/20 แปลว่าสายตาดีเยี่ยมหรือเปล่า?

20/20 แปลว่าสายตา "ปกติ" ไม่ได้แปลว่าดีเยี่ยม บางคนมีสายตา 20/15 หรือ 20/10 ซึ่งดีกว่าปกติ และ 20/20 วัดแค่ความคมชัดเท่านั้น ไม่ได้วัดเรื่องอื่นๆ เช่น สายตาเอียง การมองเห็นสี หรือลานสายตา

ทำไมต้องวัดที่ระยะ 20 ฟุต?

ที่ระยะ 20 ฟุต (6 เมตร) แสงที่เข้าตาถือว่าเกือบขนานกัน ทำให้ตาอยู่ในสภาพพักผ่อน ไม่ต้องปรับโฟกัส ค่าที่วัดได้จึงเป็นค่าจริงของสายตา ไม่มีตัวแปรเรื่องการปรับโฟกัสมาเกี่ยว

Snellen Chart กับ LogMAR Chart ต่างกันยังไง?

Snellen Chart บรรทัดบนมีตัวอักษรน้อย บรรทัดล่างมีมาก ทำให้ความยากไม่สม่ำเสมอ LogMAR Chart แก้ปัญหานี้ด้วยการใส่ 5 ตัวอักษรเท่ากันทุกบรรทัด และลดขนาดในอัตราคงที่ ทำให้แม่นยำกว่า นิยมใช้ในงานวิจัย

แหล่งอ้างอิง

  1. Snellen, H. (1862). Optotypi ad visum determinandum. Utrecht.
  2. Bennett, A.G. (1965). "Ophthalmic test types." British Journal of Physiological Optics, 22, 238-271.
  3. Colenbrander, A. (2008). "The historical evolution of visual acuity measurement." Visual Impairment Research, 10(2-3), 57-66.
  4. International Council of Ophthalmology (2002). Visual Standards: Aspects and Ranges of Vision Loss.